
ถึงแล้ว เห็นแล้ว มาชูปิกชู (Machu Picchu) "เมืองสาบสูญแห่งอินคา"
บนเทือกเขาสูงประมาณ 2,430 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล คือ สถานที่ตั้งของชาวอินคา อารยธรรมโบราณ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยยูเนสโก (UNESCO) และเป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
มาชู พิกชู ถูกค้นพบและเผยแพร่สู่สายตาชาวโลกโดยนักโบราณคดีชาวอเมริกันชื่อ ไฮแรม บิงแฮม
ด้วยทำเลที่ตั้ง อยู่ในชัยภูมิที่ลึกลับ ทำให้รอดพ้นจากการถูกทำลายโดยนักล่าอาณานิคมสเปน
การเข้าถึง มาชูปิกชู (Machu Picchu) มีกฎระเบียบที่เข้มงวดและระบบการจัดการเส้นทางที่ค่อนข้างละเอียด เส้นทางเที่ยวจำกัดคน นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินเที่ยวได้อย่างอิสระ ต้องระบุเลือกเส้นทาง จองตั๋วล่วงหน้าผ่านทาง เว็บไซต์ทางการของรัฐบาลเปรู
การเข้าถึง มี 3 เส้นทาง
* Circuit 1: Panoramic Circuit (เน้นวิวพาโนรามา): ทางเดินบริเวณระเบียงชั้นบน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการถ่ายภาพมุมมหาชนอันเป็นเอกลักษณ์คู่กับยอดเขา (แต่เส้นทางนี้จะไม่สามารถเดินลงไปสัมผัสซากปรักหักพังด้านล่างได้)
* Circuit 2: Classic Circuit (เส้นทางคลาสสิก - แนะนำสำหรับผู้มาเยือนครั้งแรก): ครอบคลุมที่สุด เพราะจะได้ทั้งจุดถ่ายภาพมุมมหาชน และได้สิทธิ์เดินลงไปชมสถาปัตยกรรม เทพสถาน และลานกว้างด้านในอย่างใกล้ชิด
* Circuit 3: Royalty Circuit (เส้นทางประวัติศาสตร์ / สายลุย): เน้นโบราณสถานโซนด้านล่าง และเป็นตั๋วประเภทที่สามารถซื้อoptionเสริมเพื่อปีนยอดเขา Huayna Picchuหรือภูเขาอื่นๆ
สำหรับกรุ๊ปเรา เลือก แบบ * Circuit 2: Classic Circuit
ตั๋วระบุเวลารอบเข้าชมอย่างเข้มงวด หากเดินเข้าประตูแล้ว จะไม่สามารถย้อนกลับเข้าไปใหม่ได้
ไฮไลต์เส้นทางนี้
1. จุดชมวิวมหาชน (The Guardian House / Watchtower)
* บ้านหินมุงหลังคาหญ้าที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ในอดีต
* มุมยอดนิยม ยืนถ่ายรูปคู่กับเมืองโบราณและยอดเขาอุายน่าปิกชู (Huayna Picchu) ในมุมกว้าง
2. โซนศักดิ์สิทธิ์และพิธีกรรม (Sacred Sector)
* วิหารแห่งดวงอาทิตย์ (Temple of the Sun): สิ่งก่อสร้างทรงโค้งมนเพียงแห่งเดียวในเมือง หินทุกก้อนถูกขัดจนเนียนและเรียงต่อกันอย่างแนบสนิทโดยไม่ใช้ปูนสมาน เพื่อใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีบูชาดวงอาทิตย์และคำนวณวันเปลี่ยนฤดูกาล
* ห้องชุดสามหน้าต่าง (Temple of the Three Windows): กำแพงหินขนาดใหญ่ที่มีช่องหน้าต่างคางหมู 3 ช่อง หันหน้าออกสู่ลานกว้าง เชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แทนโลกทั้งสามตามความเชื่ออินคา (โลกใต้พิภพ โลกมนุษย์ และโลกสวรรค์)
* หินอินติอัวตานา (Intihuatana Stone): แท่งหินแกะสลักลึกลับที่ชาวอินคาใช้เป็น "เสาผูกดวงอาทิตย์" หรือนาฬิกาแดดเพื่อพยากรณ์ฤดูเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว
3. โซนที่พักอาศัยและสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง (Residential Sector)
* พระราชวังของจักรพรรดิ (Main Palace / Royal Sector): กลุ่มอาคารที่พักของกษัตริย์ปาชาคูเทค (Pachacuti) มีการตัดแต่งก้อนหินที่ประณีตที่สุดในโบราณสถาน แสดงถึงชนชั้นสูง
* วิหารแห่งแร้ง (Temple of the Condor): การนำโขดหินธรรมชาติมาแกะสลักร่วมกับปีกหินสองข้าง จนดูคล้ายนกแร้งยักษ์กำลังสยายปีก ซึ่งนกแร้งถือเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นตัวแทนของโลกสวรรค์ในวัฒนธรรมอินคา
4. ระบบวิศวกรรมการเกษตรและแหล่งน้ำ
* นาขั้นบันได (Agricultural Terraces): ลดหลั่นตามไหล่เขาจำนวนมาก ซึ่งไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อความสวยงาม แต่เป็นระบบวิศวกรรมชั้นยอดที่ช่วยยึดหน้าดินไม่ให้ภูเขาถล่ม และใช้เป็นพื้นที่เพาะปลูกพืชเมืองหนาว เช่น มันฝรั่งและข้าวโพด
* ช่องส่งน้ำโบราณ (Water Fountains): ระบบคลองและน้ำพุหิน 16 จุดที่ยังคงมีน้ำไหลผ่านจนถึงปัจจุบัน แสดงถึงอัจฉริยภาพในการดึงน้ำจากตาน้ำธรรมชาติบนภูเขามาใช้ทั่วทั้งเมือง
ให้สิทธิ์เดินชม ได้ประมาณ 2.5 - 3 ชั่วโมงต่อรอบ จากนั้นถึงเวลาที่จะต้องกลับไปยังสถานีรถไฟเพื่อเดินทางกลับเมืองคุสโค ด้วยรถไฟสายพิเศษ Vistara dome เหมือนตอนมา
เที่ยวตามใจ ไปด้วยกัน กับ Joy to the world
20 วัน อเมริกาใต้ เปรู ชิลี บราซิล

35/32 จอมพล จตุจักร กรุงเทพ 10900
ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้า
ค้นหาโปรแกรมทัวร์
หน้าหลัก
ขอใบเสนอราคา